ป้ายกำกับ   

หมวดหมู่  ทั่วไป-อื่นๆ เกี่ยวกับทางวัดสันป่ายางหลวง

ตำนานการสร้างพระรอด หลัง อ. วัดสันป่ายางหลวง พระครูปัญญาธรรมวัฒน์(พธ.ม. กิตติมศักดิ์)

พระครูปัญญาธรรมวัฒน์(พธ.ม. กิตติมศักดิ์)
ตำนานการสร้างพระรอด หลัง อ. วัดสันป่ายางหลวง
Clip_22

พระรอดหลังอ.เนื้อดิน พระรอดหลังอ.เนื้อสำริด
พระสิงห์เนื้อสำริด ระฆังหลวงจำลองเนื้อสำริด

ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๙ พระอาจารย์อินทรปัญญาวัฑฒโน (พระครูปัญญาธรรมวัฒน์) ได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าซึ่งชำรุด ในปีนั้นท่านได้พิจารณาว่า ในงานฉลองอุโบสถหลังใหม่จะเอาอะไรเป็นที่ระลึกแก่ญาติโยมตลอดจน พุทธบริษัทที่ได้ร่วมกันสร้างพระอุโบสถ
ในคืนวันหนึ่งท่านนั่งสมาธิและได้เห็นรูปพระรอดปรากฏขึ้นในนิมิตนั้น รุ่งเช้าหลังจากฉันภัตตาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านได้คำนึงถึงนิมิตนั้น ท่านได้พิจารณาว่า ถ้าสร้างพระรอดเลียนแบบของเก่าก็จะไม่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง อีกทั้งจะกลายเป็นว่ารูปแบบซ้ำกันเหมือนเลียนแบบของเดิม ท่านจึงเอาสัญญาลักษณ์ อ. ซึ่งเป็นตัวอักขระสำคัญที่ทุกคนจะต้องใช้ตัว อ. นี้ รวมเข้าไปในชื่อของทุกคน คือ อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ โอม ซึ่งเป็นอักขระนะโม มี ๙ ตัว เท่ากับโลกุตระธรรมของพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า อีกทั้งเป็นชื่อของท่านด้วย พระอาจารย์อินทรปัญญาวัฑฒโนจึงได้รวบรวมมวลสารต่าง ๆ ในสมัยที่ท่าน เดินธุดงค์ปฏิบัติธรรมไปในสถานที่ต่าง ๆ ใบลานจารอักขระธรรมของวัดที่หักชำรุด เอามาบดรวมกันเพื่อทำผงพระรอด ผสมกับดินสังเวชนียสถานและดินที่วังหัวกวงซึ่งเป็นดินสร้างพระของเมืองลำพูนแต่โบราณกาลมา ได้สร้างพระรอดหลัง อ. ขึ้นจนสำเร็จและทำพิธีพุทธาภิเษก โดยได้นิมนต์พระสงฆ์คณาจารย์แห่งเมืองลำพูนมาทำพิธีพุทธาภิเษก เป็นเวลาหนึ่งเดือนกับเก้าวันเก้าคืน และได้แจกให้ญาติโยมในพิธีฉลองพระอุโบสถหลังใหม่ หลังจากที่ญาติโยมได้รับแจกพระกันไปโดยทั่วถึงแล้ว เกิดปรากฏการณ์อภินิหาริย์แก่ผู้ที่ได้รับแจกไป ดังนี้

เรื่องที่หนึ่ง ตำรวจถูกยิง
นายดาบตำรวจวิสูตร ประจำสถานีตำรวจภูธรแม่ทา จังหวัดลำพูน ถูกยิงด้านหลังขณะเข้าจับกุมยาบ้า หมดสติไปสองวัน ในวันที่สามจึงพื้นคืนสติเหมือนคนนอนหลับ ไม่ปรากฏแผลตามร่างกายแต่อย่างใด
เรื่องที่สอง คนจะคลอดบุตร
นางนภาภรณ์ บ้านกอม่วง อำเภอเมือง ลำพูน ตั้งครรภ์ เลยกำหนดคลอดมาเป็นเวลานานพอสมควร ญาติจึงนำส่งโรงพยาบาลแมคคอมิค ผลกาตรวจปรากฏว่าเด็กขวางลำตัว ขณะเตรียมตัวรอเจ้าห้องผ่าตัด แม่ของนางนภาภรณ์ได้ระลึกถึงพระรอดหลัง อ.ได้ เพราะได้ยินท่านอาจารย์พูดว่า ถ้าใครมีปัญหาอะไรที่สาหัส ให้เอาพระรอดตั้งสัจจะอธิษฐาน ทำน้ำพระพุทธมนต์ น้ำไปดื่ม กิน อาบ โดยเอาพระรอดแก่วงในน้ำเพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์ มารดาของนางนภาภรณ์ก็ทำเช่นนั้น เพราะพระรอดได้ผ่านการอาบน้ำว่าน ๑๐๘ ชนิดและน้ำมันมนต์ผ่านการทำพิธีมาเรียบร้อยแล้ว แม่ของนางนภาภรณ์จึงนำน้ำมนต์นั้นมาให้นางนภาภรณ์ดื่ม กิน ลูบหัว ลูกหน้า ลูบท้องของนางนภาภรณ์ ปรากฏเป็นที่อัศจรรย์ว่า ลูกของนางนภาภรณ์คลอดออกมาอย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด

เรื่องที่สาม อุบัติเหตุรถชน
นายสวัสดิ์ สันตติภัค คนบ้านพระคงฤาษี ในเมืองลำพูน อายุ ๖๐ ปีถูกรถกระบะชนกลางลำตัวขณะขับขี่จักรยานสองล้อตัดหน้ารถ เพราะไม่เห็นรถกระบะด้วยสายตาไม่ดี รถกระบะชนเต็มที่ ปรากฏว่า ขาหัก ๓ ท่อน โดยไม่มีบาดแผลอื่นใด หมดสติ ไปรู้สึกตัวที่โรงพยาบาล
พอรู้สึกตัวก็คลำหาพระรอดหลังอ. ยกมือท่วมหัวพรางนึกในใจว่า รอดตายพระบารมีพระรอดหลังอ.คุ้มครอง หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ยังโดนรถมอเตอร์ไซด์ชนอีก ๒ ครั้ง แต่ก็รอดมาได้โดยไม่เป็นอะไร

เรื่องที่สี่ พระรอดช่วยคนฟันปลอมติดคอ
นายบุญชื่น บ้านต้นเหียว อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ รับประทานอาหารเสร็จในวันหนึ่งแล้วลุกมาบ้วนปาก ขณะกรั้วคอล้างปาก ฟันปลอมที่ใส่อยู่ประจำเกิดหลุดออกจากเหงือกที่ยึดอยู่ แล้วไหลลงไปติดอยู่ที่หลอดลม เจ็บปวดสุดแสนสาหัส ทำอย่างไรก็ไม่อาจสามารถเอาออกมาได้ ภรรยาจึงนำส่งโรงพยาบาลมหาราช เชียงใหม่ แพทย์ได้ทำการ x – ray ผลปรากฏว่าฟันปลอมไปติดค้างอยู่ที่หลอดลม หมอลงความเห็นว่าต้องผ่าตัดลำคอเพื่อเอาฟันปลอมออกมา
ในขณะที่กำลังรอการผ่าตัด นายบุญชื่นได้รับความทรมานอย่างสุดแสนสาหัส จึงลงความเห็นให้ผ่าตัดด่วน ขณะที่รอหมอภรรยานายบุญชื่นซึ่งแขวนพระรอดหลังอ.ไว้ นึกขึ้นมาได้ จึงเดินไปเอาน้ำจากที่ดื่มน้ำบริการของโรงพยาบาลมหาราช แล้วนำพระรอดหลังอ. มาอธิษฐานว่า “ถ้าพระรอดแน่จริง ศักดิ์สิทธิ์จริง ขอให้ฟันปลอมของนายบุญชื่นหลุดออกมาโดยปาฏิหารย์” ภรรยาจึงนำพระรอดหลังอ.แก่วงลงไปในน้ำเพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์ แล้วให้นายบุญชื่นอธิษฐานดื่ม ประมาณครู่หนึ่งหลังจากที่นายบุญชื่อดื่มน้ำเข้าไปแล้ว มีอาการคลื่นไส้ อยากอาเจียรอย่างรุนแรง นายบุญชื่นจึงเดินไปที่ถังขยะ ด้วยความทุรนทุรายแล้วอาเจียรออกมาอย่างหนัก ปรากฏว่า ฟันปลอมได้หลุดมากับการอาเจียรในครั้งนั้นโดยอัศจรรย์ นายบุญชื่นได้หยิบเอาฟันปลอมมาทั้งน้ำหูน้ำตา แล้วนำออกมาเพ่งดู ขณะนั้นพอดีกับพยาบาลเรียกให้ไปเข้าห้องผ่าตัด นายบุญชื่นจึงเดินไปหาพร้อมกับยื่นฟันปลอมให้พยาบาลที่จะนำเข้าห้องผ่าตัดดู แล้วบอกว่า “ผมไม่ผ่าแล้ว ฟันผมหลุดออกมาแล้ว” พยาบาลมองดูดด้วยความงุนงงว่ามันหลุดออกมาได้อย่างไร? จึงถามนายบุญชื่นว่ามันหลุดออกมาได้อย่างไร? ภรรยาจึงเล่าเรื่องเอาพระรอดหลังอ.ทำน้ำมนต์ให้พยาบาลฟัง เรื่องนี้เป็นที่ฮือฮาและเล่าขานกันมากในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

เรื่องที่ห้า ตำรวจได้ลาภ
รตต.รัตน์ บุญชู ประจำกองกำกับการตำรวจภูธร จว.ลำพูน เป็นผู้มีความศรัทธาในตัวพระอาจารย์อินทรเป็นอย่างยิ่ง ตอนพักกลางวันของทุกวัน หลังจากรับประทานอาหารแล้วก็จะมาไหว้พระสวดมนต์ แล้วนั่งสมาธิภาวนาเป็นประจำทุกวัน วันหนึ่ง ได้ยินกิตติศัพท์พระรอดหลังอ. จึงมาขอต่อท่านอาจารย์ ไป ๑ องค์ จึงนำไปใส่กรอบติดตัว ในขณะที่รับพระไปนั้น ตั้งสัตย์อธิษฐานว่า ขอให้ได้เลื่อนยศภายในเร็ววัน
ต่อมาอีก๒ อาทิตย์ รตต.รัตน์ ได้มาที่วัดเพื่อถวายสังฆทาน แล้วบอกท่านอาจารย์ว่า “ ใครว่าพระรอดหลังอ. รอดจากจากโชคจากลาภ ผมไม่เชื่อเด็ดขาด ท่านอาจารย์ครับ วันนี้ผมได้เลื่อนเป็นรตท.แล้วครับ”
เรื่องที่หก พระธาตุเสด็จอยู่ในกรอบพระรอด
นายถวิล ท้าวรอม (ร้านถวิลท้าวรอม) บ้านป่าซาง ได้มาช่วยกดพิมพ์พระรอดหลัง อ. ได้นำพระรอดหลังอ.ที่พระอาจารย์อินทรเป็นผู้กดเอง ใส่กรอบแขวนติดตัวไว้ อุปนิสัยของนายถวิลเป็นใจบุญสุนทานหมั่นปฏิบัติภาวนาเป็นประจำทุกวัน หลังจากนั้นไม่นาน พระธาตุได้เสด็จมาอยู่ในกรอบกับองค์พระรอดหลังอ. เป็นที่น่าอัศจรรย์ (เมื่อมองดูจะเห็นแต่เศียรพระรอดหลังอ. ส่วนองค์พระมองไม่เห็น เห็นแต่พระธาตุ)

เรื่องที่เจ็ด แสงเลเซอร์ยิงไม่เข้า
คุณวิภา องค์มหัสมงคล ผู้พิพากษาศาลสมทบจังหวัดนนทบุรี ได้บูชาพระรอดหลังอ.ทองคำไป ๑ องค์ วันหนึ่งได้ไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจรักษาต้อกระจก หมอนัดวันให้มาทำการรักษา เมื่อถึงวันนัดก่อนออกจากบ้าน คุณวิภาได้ยกพระขึ้นจบพร้อมกับอธิฐานขอบารมีพระรอดหลังอ.คุ้มครอง อย่าได้มีอันตรายใดใดต่อดวงตาเลย ที่โรงพยาบาล หมอทำการรักษาโดยการยิงแสงเลเซ่อร์เพื่อรักษาต้อกระจก พอเริ่มทำการรักษา หมอยิงเลเซ่อร์ ๒ – ๓ ครั้ง ปรากฏว่าเครื่องยิงหยุดการทำงาน เป็นที่อัศจรรย์ หมอได้ตรวจสอบเครื่องยิ่งเลเซ่อร์ก็ไม่พบสิ่งผิดปรกติแต่อย่างใด
หมอจึงถามคุณวิภาว่า “คุณแขวนพระอะไรไว้?”
คุณวิภาตอบว่า “แขวนพระรอดหลังอ. และได้อธิษฐานก่อนออกจากบ้านมาพบหมอ”
สร้างความงุนงงให้กับวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นอย่างยิ่ง!!

เรื่องที่แปด รถชนที่มาเลเซีย
มิสเตอร์กูบูซัง เจ้าของบริษัท Comtar Electric ประเทศมาเลเซีย ได้ส่งจดหมายเป็นภาษาอังกฤษถึงท่านอาจารย์อินทรว่า มารดาของมิสเตอร์กูบูเซ็งไปออกกำลังกายตอนเช้าที่ Park หลังจากเสร็จกิจกรรมแล้วได้ขี่จักรยานสองล้อเพื่อเดินทางกลับบ้าน ขณะเดินทางกลับบ้านถูกรถยนต์ชนอย่างแรง ด้วยแรงกระแทก มารดาของมิสเตอร์กูบูเซ็งกระเด็นไปไกลหลายตลบเป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด มารดาของมิสเตอร์กูบูเซ็งจึงให้มิสเตอร์เซ็งเขียนจดหมายเล่าเรื่องประสบการณ์เหลือเชื่อให้ทางวัดสันป่ายางหลวงได้ทราบ พร้อมทั้งขอบคุณบารมีพระรอดหลังอ. ที่ช่วยให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ ปาฏิหารณ์ที่เกิดจากอานุภาพของพระรอดหลัง อ. มีมากมายหลายเรื่องหลายประการจนไม่สามารถนำมากล่าวได้หมด ผู้ที่นำไปบูชาแล้วเท่านั้นจึงได้พบความอัศจรรย์และปาฏิหารย์ต่าง ๆ ของพระรอดหลัง อ.
จดหมายที่ Mr.Ku Bu Seng เขียนถึงท่านพระครูปัญญาธรรมวัฒน์ มีดังนี้
Mr.Ku Bu Seng

Dear Laungphor Khruba Inthorn
Our groups from Malaysia have arrived home safely. Thanks again for your Kindness to all of us. The reason I write to you this time just because I want to tell you about a strange story happened to my mom. Remember? While our Malaysian group tours were staying in Lamphun, you gave Phrarod-a little Buddha Image to all of us and I myself asked for some more for my mom and all of my children. After we arrived home in
Malaysia, we had them covered with stainless steel and Kept them with us all the time.
Recently, my mom had a terrible experience! On her way back home from morning exercise-Chinese Dancing which is one of her daily activities. She was riding a bicycle and suddenly she was hit by a high-speed
running car. My mom was attacked just right on the dot and she fell into a nearby ditch and the car itself was out of control and finally fell into the other side of the ditch. Believe it or not? My mom stood up and was not injured at all.
She was safe and sound! But still, she was taken to the hospital for treatment immediately. The doctor told me that the result reading from my mom”s X-ray test was just unbelievable that her whole body was safe – no broken bone at all. I believe that my mom was safe because of the miracle of your Phrarod in which my mom Kept it with her all the time. Recently, my mom has returned home from the hospital and nowadays she is getting along fine with her life-style.
My mom asked me to bring her gratitude and thank you for your Kindness. Above all, I would like to tell you that all of my family members and also our friends here will Keep Phrarod with us and also in our cars forever.
Yours Sincerely,
Ku Bu Seng

เรื่องที่เก้า อมพระไปเกณฑ์ทหาร
เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๗ นางอรวรรณ จินวงค์ อยู่บ้านเลขที่ ๕๖ หมู่ ๗ ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ได้มากราบนมัสการครูบาอินทรที่วัดสันป่ายางหลวง เล่าถึงปฏิหาริย์ของพระรอดหลังอ.ว่า ในปี ๒๕๔๓ หลานชาย (นายภุชพงษ์ ไชยเชียงของ อยู่บ้านเลขที่ ๕๔ หมู่ ๕ ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง) จะต้องไปเกณฑ์ทหาร ได้มารำพึงรำพรรณกลัวจะติทหารเพราะทางบ้านไม่มีใครดูแลครอบครัว ถ้าถูกเกณฑ์ครอบครัวจะเดือดร้อน นางอรวรรณก็นึกถึงพระรอดที่ได้รับแจกเมื่อ ปี ๒๕๓๐ ได้มอบให้นายภุชพงษ์นำติดตัวไปในการคัดเลือกเกณฑ์ทหาร เมื่อเวลาไปจับฉลากใบดำใบแดง ให้เอาพระรอดอมใส่ปาก แล้วกลั้นหายใจไว้ นึกถึงพระรอดหลังอ. ขอให้รอดจากการเกณฑ์ทหารจึงค่อยล้วงจับฉลาก เมื่อเวลาที่นายภุชพงษ์ได้จับฉลาก ก็ได้นำองค์พระรอดอมไว้แล้วอธิษฐานตามคำบอกเล่าของน้าอรวรรณ พอเดินเข้าไป ยังไม่ได้จับฉลาก นายทหารผู้ควบคุมการจับฉลากก็บอกให้นายภุชพงษ์หยุดก่อน แล้วบอกกับนายภุชพงษ์ว่า “ เฮ้ย หน้าเอ็งมันเหมือนยักษ์ เหมือนผี ทำไมหน้าเอ็งถึงน่าเกลียดน่ากลัว ต้องเป็นคนบุคลิกดีเขาจึงจะคัดเลือก แล้วไล่นายภุชพงษ์กลับบ้าน” เพราะนายทหารที่ทำหน้าที่จับฉลากได้มองเห็นหน้านายภุชพงษ์เป็นหน้ายัก์หน้าผี ซึ่งตามความเป็นจริงนายภุชพงษ์เป็นคนรูปงาม ไม่ขี้รี้ขี้เหร่ คงเป็นเพราะบารมีของพระรอดหลังอ. ทำให้หน้าของนายภุชพงษ์เปลี่ยนไป จึงไม่ต้องจับฉลาก เป็นปรากฏการณ์ที่นอกเหนือเหตุผลจริง ๆ
บันทึกเพิ่มเติม
อ.ทำนุ รัตนันต์ บันทึกจากคำบอกเล่าของนางอรวรรณ ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับสามีและแม่สามี(ป้าจิน) สำนวนการเล่าเรื่องของครูบาอินทร ทำนุ รัตนันต์ เรียบเรียงและบันทึกเมื่อ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๗

เรื่องที่สิบ ปาฏิหารย์การทำพระรอดหลัง อ. เนื้อดิน , เนื้อทองสำริด รุ่นระฆังปาฏิหาริย์

คืนวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๗ นายธรรมภณ ใหม่วัน (ช่างโหน่ง) ช่างหล่อระฆัง ได้รับอนุมัติจากครูบาอินทรให้สร้างแม่พิมพ์พระรอดหลังอ. ซึ่งครูบาท่านได้ใช้ขี้ผึ้งแกะพระรอดด้วยตัวท่านเอง และได้มอบให้ช่างโหน่งนำไปหล่อเป็นแม่พิมพ์องค์พระรอดหลังอ.รุ่นระฆังหลวงปาฏิหาริย์ ช่างโหน่งก็ได้เอาพระพิมพ์ขี้ผึ้งนั้นไปทำการหล่อด้วยเงิน โดยตั้งใจว่าจะทำออกมา ๓ องค์ พอนำเนื้อเงินมาหลอมแล้ว(เพื่อหล่อเป็นพระแม่พิมพ์) ปรากฏว่า เสียทั้ง ๓ องค์ ไม่ได้สักองค์ นายช่างโหน่งก็เอะใจว่า ครูบาท่านให้ทำองค์เดียว แต่เราทำ ๓ องค์ เป็นการฝืนคำสั่งท่านจึงทำให้การหล่อพระไม่สำเร็จ จึงตั้งสัตย์อธิษฐานใหม่ จุดธูปเทียนบอกกล่าว แล้วทำการหล่อพระรอดแม่พิมพ์ ผลปรากฏว่าหล่อได้สำเร็จตามนั้นดังประสงค์ ซึ่งเป็นพระรอดแม่พิมพ์ที่ใช้ในการทำพระรอดรุ่นระฆังหลวงปาฏิหาริย์
ในเวลาต่อมา ครูบาท่านได้บอกให้ช่างโหน่งทำการหล่อพระรอดเนื้อสัมฤทธิ์ชนวนระฆังหลวงออกมาก่อน ๑ องค์ เพื่อถ่ายรูปไปประกอบเอกสารเผยแพร่การสร้างพระรอดหลัง อ.รุ่นระฆังหลวงปฏิหาริย์ต่อสาธุชนทั่วไป ซึ่งทางโรงพิมพ์จะต้องได้รูปพระรอดเนื้อสัมฤทธิ์ชนวนระฆังหลวง นายช่างโหน่งได้ทำพิมพ์พระรอดด้วยขี้ผึ้งขึ้นมามากมายนับจำนวนได้ ๑๙ ช่อ ๆ ละ ๑๘ องค์ เป็นจำนวน ๒๔๒ องค์ โดยช่างโหน่งคิดว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการเหวี่ยงพระออกมา ซึ่งการเผาหุ่นเพียงองค์เดียวไม่คุ้มค่า เสียเวลามาก จึงคิดว่าเผาทีเดียวจะได้รวดเร็วขึ้น ในเวลา ๑๖.๐๐ น. จึงได้ทำการเหวี่ยงพระ ผลปรากฏว่าพระที่ออกมาทั้ง ๑๙ กระบอก(ช่อ) พระทุกองค์มีรูพรุนไปทุกองค์ ไม่ได้แม้แต่สักองค์เดียว นายช่างโหน่งมีความกระวนกระวายใจเป็นอันมาก เพราะนัดครูบาเพื่อเอามาส่งในวันรุ่งขึ้น( ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๗) เพื่อทำการถ่ายรูป คืนวันที่ ๑๗ ทั้งคืน นายช่างโหน่งได้ทำการเทพระเพื่อให้ได้พระรอดเนื้อสัมฤทธิ์ชนวนระฆังเพียงองค์เดียวก็ไม่ได้ จึงนึกขึ้นได้ว่า ไม่ได้จุดธูปเทียนบอกกล่าวขอขมาแก่เจ้าแม่จามเทวีและเทพยาดาฟ้าดิน จึงได้นำเอาธูปเทียนไปกราบที่เตาเหวี่ยงพระรอด ซึ่งช่างโหน่งบอกว่า “ผมได้เอาธูปเทียนไปจุดที่เตาหลอมเหวี่ยงอย่างไม่อายใคร ซึ่งบางคนอาจจะเห็นว่าผมบ้า แต่เพราะผมมีประสบการณ์จากระฆังหลวงแล้ว ผมจึงได้ไปขอขมาในการทำพระรอด โดยอธิษฐานขอให้พระรอดออกมา ๒ องค์ก่อน คือกันเสีย ๑ องค์ โดยเผาเพียง ๒ องค์เท่านั้น “
ในเวลาใกล้เที่ยงคืนของวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๗ ทำพิธีขอขมาเสร็จ จึงได้ทำการหลอมทองสัมฤทธิ์ระฆังหลวงแล้วทำการเหวี่ยง ผลปรากฏว่าได้พระออกมา ๒ องค์ ซึ่งสมบูรณ์สวยงามตามที่ต้องการทันเวลาที่จะมอบให้ครูบาเพื่อนำไปถ่ายรูปในตอนเช้า
ในตอนเช้า (๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๗ เวลา ๑๐.๑๐ น.) ช่างโหน่งได้นำพระมาที่วัดสันป่ายางหลวง ซึ่งในขณะนั้นท่านครูบาอินทรพร้อมด้วยคณะสงฆ์กำลังลงโบสถ์ฟังปาฏิโมกข์ นายช่างโหน่งได้เล่าเรื่องปาฏิหารย์นี้ให้ข้าพเจ้า(อ.ทำนุ รัตนันต์)ฟังและพูดกับข้าพเจ้าว่า “พระของครูบานี้ ทำให้ผมใจหายใจค่ำเหมือนกับการหล่อระฆังอีกแล้ว”
บันทึกเพิ่มเติม
หลังเพลได้นมัสการเล่าให้ครูบาอินทรฟังพร้อมกับขอสำนวนการเล่าเรื่องของท่านและได้ทำการบันทึกเรื่องราวทั้งหมดในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๗ เวลา ๑๔.๐๐ น.
ทำนุ รัตนันต์
เรียบเรียง บันทึก จากคำบอกเล่าของสล่าโหน่ง
เมื่อ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๗
………
เรื่องที่ สิบเอ็ด เรือโดนโจรสลัดปล้น
ผู้เล่าคือ น.ต.ดรุณ เทียบเทียม ปัจจุบันทำงานอยู่ที่กรมเจ้าท่า แผนกนำร่อง นาเกลือ พัทยา จังหวัดชลบุรี เหตุเกิดเมื่อประมาณปี ๒๕๓๒ ภายหลังจากที่ได้รับแจกพระรอดหลัง อ. รุ่น ๑ จากครูบาอินทร เจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง ลำพูน ไปแล้ว ก็ได้นำพระรอดติดตัวไว้ตลอดเวลา ต่อมา น.ต.ดรุณฯ ได้ออกปฏิบัติงานภาคสนาม โดยนำนักเรียนนายเรือไปฝึกงานนำร่องที่ประเทศสิงคโปร์ ตอนเดินทางกลับจากประเทศอินเดีย จะเข้าช่องแคบมะละกา เป็นเวลาดึกประมาณ 1 นาฬิกาเศษ โจรสลัดไม่ทราบสัญชาติ ประมาณ10 คน มีอาวุธครบมือ อาศัยความเงียบตอนดึกสงัดบุกเข้าจี้เงียบและบังคับให้ทุกคนบนเรืออยู่ในความสงบ พร้อมทั้งมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนา หัวหน้าโจรสลัดได้บังคับขู่เข็ญให้ น.ต.ดรุณฯ บอกที่เก็บทรัพย์สินของมีค่า แต่ไม่มีใครยอมปริปาก พวกโจรเกิดบันดาลโทสะ เข้าทำร้าย น.ต.ดรุณฯ พร้อมกับเงื้อมีดปลายแหลมจะจ้วงแทง น.ต.ดรุณฯ ในวินาทีความเป็นความตายนั้น น.ต.ดรุณฯ ได้สติระลึกถึงพระรอดหลัง อ. ที่แขวนคออยู่จึงได้หลับตาอาราธนาพระรอดหลัง อ. ให้ช่วยปกปักรักษาให้พ้นจากอันตรายในวินาทีคับขันด้วยปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในทันใด มือโจรสลัดที่ถือมีดปลายแหลมจะจ้วงแทง น.ต.ดรุณฯ ได้เงื้อค้างอยู่เช่นนั้น และในที่สุด โจรสลัดก็ได้ลดมือลง และมีสีหน้างุนงง เหมือนกับไม่รู้สึกตัวว่า ก่อนหน้านั้นกำลังทำอะไรอยู่ ในที่สุดเมื่อเห็นว่าคงจะเค้นเอาทรัพย์สินจาก น.ต.ดรุณฯ ไม่ได้แน่แล้ว จึงได้พาสมัครพรรคพวกลงเรือไปพร้อมด้วยทรัพย์สินที่พอจะหยิบติดมือไปได้ ส่วน น.ต.ดรุณฯ กับพวก ได้รับบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ การรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ครั้งนี้ ทุกคนเชื่อแน่ว่าเป็นเพราะบารมีพระรอดหลัง อ. ของครูบาอินทร อย่างแน่นอน

เล่าเรื่องปาฏิหารย์

๘ พฤษภาคม ๒๕๔๗
พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ , เณรนิเทศน์ บ้านหนองแดง อ.แม่แจ่ม จำพรรษาวัดสันป่ายางหลวง , ลุงหลวง คำจันทร์ บ้านสันป่ายางหลวง , คุณเบญจพร , คุณบุญ , เนตร ขับรถ , ทำนุ รัตนันต์ (ผู้สนใจการปฏิบัติธรรม) ออกเดินทางจากวัดสันป่ายางหลวง โดย TOYOTA LAND CRUISER ทะเบียนเลขที่ กข. ๕๔๗๑ ลำพูน
๐๙.๐๙ น. เพล ที่อ.เถิน ถึงวัดบ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ประมาณ ๑๗ น.เศษ คุณเบญจพร , คุณบุญ จัดเตรียมอาหารเย็น ซึ่งซื้อจากตลาด รับประทานอาหารเย็น พักนอนที่ศาลาวัด ทุนคนนอนกลด (พระครูฯกับเณรนอนในกุฏิ)
วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๗
๐๕ น. ไหว้พระสวดมนต์ ทำธุระส่วนตัว
๐๖ น. ถวายภัตตาหาร ถวายปัจจัย พระอาจารย์ประเสริฐมอบพระสมเด็จให้ทุกคน
๐๖.๔๙ น. เดินทางจากวัดบ่อพลอย ถวายภัตตาหารเช้า โดยคุณเบญจพรกับคุณบุญจัดซื้อคูป
และเลือกสั่งอาหารพร้อมน้ำดื่ม สำหรับพระสงฆ์ ๑ รูป เณร ๑ รูป ฆราวาส ๕ คน ข้าพเจ้าผู้บันทึกสังเกตดูปริมาณอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มมีมากมายเกินกำลังจะบริโภคได้หมด เกิดความสงสัย จึงถามคุณเบญจพรว่า “อาหารมีมากมายหลายชนิดพร้อมกับให้การบริการเป็นอย่างดีมีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?” คุณเบญจพรตอบว่า”ทางร้านบริการโดยไม่เก็บคูปอง”
ขณะท่านพระครูปัญญาธรรมวัฒน์และเณรนิเทศน์กำลังฉันภัตตาหารอยู่นั้น เจ้าของร้านได้ทราบข่าวการเดินทางมาของพระครูปัญญาธรรมวัฒน์จากบุตรสาวที่ควบคุมดูแลร้านอาหาร ได้เดินทางมากราบนมัสการท่านพระครูปัญญาธรรมวัฒน์ ทั้ง ๆ ที่กำลังออกกำลังกายโดยการรำมวยจีนอยู่ ทราบชื่อภายหลัง คือ คุณยายบัวคำ อายุ ๘๖ปี บ้านเดิมอยู่หนองแบน เคยไปหาบของขายที่ตลาดลำพูน ได้สนทนากับท่านพระครูปัญญาธรรมวัฒน์ คุณยายบัวคำได้ทราบจุดประสงค์ในการเดินทางมาครั้งนี้ของท่านพระครูธรรมวัฒน์ ออกปากขอเดินทางไปโรงหล่อด้วยแต่ขออนุญาตไปชำระร่างกายให้สะอาดเสียก่อน จากนั้นคณะของท่านพระครูปัญญาธรรมวัฒน์และคุณยายบัวคำเดินทางไปยังโรงหล่อรูปเหมือนของคุณชิ้น คุณยายบัวคำพร้อมคณะได้ถวายปัจจัยร่วมโมทนาการหล่อรูปเหมือนในวันนี้ พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ได้มอบพระรอดหลังอ. , พระคง พร้อมหนังสือกัมมัฏฐานโบราณ , รวมเรื่องเจ้าแม่หม่อนเล่า และธรรมานุศาสน์ ให้คุณยายบัวคำเป็นที่ระลึก (ข้าพเจ้าเป็นผู้ไปนำมาให้จากในรถ)
๐๘.๒๙ น. เดินทางถึงโรงหล่อคุณชิ้น ราชบุรี เพื่อเททองหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อโอภาสี , ครูบาปินตา รัตนปัญโญ , ครูบาคำซาว อุปโล
๐๙.๐๙ น. เวลาแห่งมงคล พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ได้บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ตลอดจนเทพยาดาฟ้าดินและเริ่มเททองหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อโอภาสี ,ครูบาปินตา รัตนปัญโญ , ครูบาคำซาว อุปโล
๑๐.๓๙ น. คุณชิ้นถวายภัตตาหารเพล ฉันภัตตาหารเพลเสร็จ พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ได้มอบพระรอดหลัง อ.ให้กับ คุณชิ้นและช่างที่โรงงานทุกคนไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นจึงเดินทางกลับ
๑๓.๐๙ น. แวะนมัสการหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลย์ พระครูปัญญาธรรมวัฒน์กับเนตรอยู่บนรถไม่ได้ลงมาด้วย ด้วยอากาศที่แห้งและร้อนจัด พระครูปัญญาธรรมวัฒน์จึงให้เนตรไปซื้อกาแฟเย็น ปรากฏว่า เจ้าของร้านนำของมาถวายท่านพระครูปัญญาธรรมวัฒน์พร้อมนิมนต์ไปที่ร้านเพื่อเป็นสิริมงคล
ข้อสังเกต
เรื่องคุณยายบัวคำและเจ้าของร้านที่วัดป่าเลไลย์ข้าพเจ้าได้มาคิดทบทวนว่า มันเป็นไปได้อย่างไร? ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับรู้จักกันมาก่อน เคารพนับถือคุ้นเคยกันเหมือนญาติสนิท ข้าพเจ้าขอนอบน้อมนมัสการครูบาอาจารย์ที่สร้างประสบการณ์ตรงในเรื่องบารมีและปาฏิหาริย์ที่เหลือเชื่อให้กับข้าพเจ้า
พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ได้เมตตาแนะนำว่า นี่คือตัวอย่างของคนดี คุณยายบัวคำแม้จะมีฐานะระดับเศรษฐี มีตำแหน่งทางสังคมสูง เล่าอย่างไม่อายว่า ตัวเองเคยเป็นแม่ค้าหาบของขายที่ลำพูน
บันทึกทั้งหมดเป็นเรื่องจริง มีพยานสถานที่จริง พยานบุคคลจริง บันทึกไว้เพื่อเป็นอนุสติ มิได้มีเจนาจะยกย่องสอพลอครูบาอาจารย์แต่อย่างใด ไม่ต้องการให้ใครเชื่อ ส่วนจะเชื่อหรือไม่ เป็นเรื่องของบุคคล [Individual difference]
ข้อสงสัย
๑.การที่คุณยายบัวคำและลูกสาวตั้งใจถวายอาหารและถวายทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จัก ไม่เก็บเงิน
๒.เกิดศรัทธาในการหล่อรูปเหมือนครูบาอาจารย์ ทั้งได้ถวายจตุปัจจัยร่วมทำบุญ ๓,๕๐๐ บาท
๓.ที่วัดป่าเลไลย์ เนตรคนขับรถไปซื้อกาแฟถวายพระเณร แต่เจ้าของร้านเมื่อเห็นท่านอาจารย์ก็ ได้ถวายกาแฟโดยไม่รู้จักท่านอาจารย์ อีกทั้งออกปากถวายปลาร้าและขนม แต่เนตรคนขับรถปฏิเสธเพราะ กลัวกลิ่นปลาร้าจะฟุ้งในรถ
ข้าพเจ้า นายทำนุ รัตนันต์ คิด ,ถามตัวเองและตอบตัวเองว่า “นี่คืออานุภาพแห่งเมตตา! อำนาจแห่งบารมี ! อำนาจแห่งบุญ ! เป็นอย่างนี้นี่เอง
ทำนุ รัตนันต์
บันทึก เมื่อ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๗

นับตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ เป็นต้นมา ผู้ที่ได้นำพระรอดไปใช้ในทางที่ไม่ถูกไม่ควร พระรอดก็หนีหายไปไม่อยู่กับท่านผู้นั้น มีผู้ประสบเหตุการณ์ดังกล่าแล้วหลายราย (ขอสงวนนามเพราะเป็นเรื่องไม่สมควรเผยแพร่ต่อสาธารณะชน)
บางรายขอบูชาไปเพียง ๑ องค์ แต่ปรากฏว่าพระรอดหลังอ.เพิ่มขึ้นโดยหนีมาอยู่ด้วย เป็นที่น่าอัศจรรย์ เพราะบุคคลเหล่านั้นมั่นปฏิบัติภาวนาต่อจิตต่อใจเป็นประจำ
นับตั้งแต่แจกพระรอดรุ่นแรกเป็นต้นมา ผู้ที่ได้นำไปบูชาสักการะติดตัว ก็ได้มาเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายหลายเรื่องหลายราว ถึงกิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของพระรอดหลังอ. จึงกลายเป็นการเล่าขานปากต่อปากอย่างไม่ขาดสาย บางคนได้รับแจกใหม่ ๆ ก็ไม่มีความศรัทธาเพราะเป็นพระใหม่ แถมยังมีหลังอ.ปั้มอีกต่างหาก เป็นที่ไม่ศรัทธาอย่างยิ่ง จึงได้มอบให้คนอื่นต่อไป ต่อมาภายหลังกิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของพระรอดหลังอ. ก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ก็เกิดความอยากได้ก็มาขอที่ท่านอาจารย์เพื่อนำไปสักการะบูชา ทางอาจารย์ก็ไม่สามารถมอบให้ได้ เพราะพระรอดหลังอ. หมดไปแล้ว
ในปีต่อ ๆ มา ถึงงานทำบุญอายุของท่านอาจารย์ คณะศิษยานุศิษย์ก็ขอเกศาท่านบ้าง ผ้าจีวร และผงพระรอดรุ่นแรกที่เหลืออยู่ พิมพ์พระรอดหลังอ.แจกเฉพาะกาล เพื่อแจกในงานแต่ละปี พอกับจำนวนคนเท่านั้น ไม่เหมือนพระรอดรุ่นแรกที่ทำเป็นจำนวนมาก แต่พระรอดที่ทำทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นแรกหรือเฉพาะกาลแต่ละปี ต่างก็มีปาฏิหาริย์เหมือนกันทุกรุ่น จนถึงปัจจุบัน
พระรอดหลังอ.เป็นที่ต้องการของบรรดาลูกศิษย์ตลอดจนศรัทธาญาติโยม แม้ในวงการประกวดพระเครื่องภาคเหนือ พระรอดหลังอ.เป็นที่ยอมรับในการประกวดพระเครื่องทุก ๆ ครั้ง ทุก ๆ ที่ องค์พระที่สวยงาม มีราคาตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไป
ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ ท่านพระอาจารย์ได้สร้างพระวิหารด้วยไม้สักขึ้นหลังหนึ่งเป็นศิลปกรรมทรงล้านนาด้วยการแกะสลักไม้ทั้งหมด (ทั้งหลัง) เพื่อวัตถุประสงค์ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญ ๆ ของวัดสันป่ายางหลวงทั้งองค์เก่าและใหม่ตลอดจนพระเครื่องสกุลลำพูนเก่า ๆ ที่หายาก ไว้ในพระวิหารหลังนี้ ท่านก็มาพิจารณาเห็นว่า ควรทำศิลาจารึกเรื่องราวการสร้าง พระ
วิหารไม้สักหลังนี้ไว้ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จการก่อสร้าง รวมทั้งประวัติพระพุทธรูปที่สำคัญของวัดสันป่ายางหลวงและประวัติเจ้าแม่จามเทวี ซึ่งในอดีตพระแม่เจ้าได้สร้างวัดนี้ ทั้งยังมาปฏิบัติธรรมกรรมฐานที่วัดสันป่ายางหลวง จนในที่สุดก็เป็นที่ประชุมเพลิงพระศพของพระแม่เจ้า ณ วัดสันป่ายางหลวง
การที่จะทำศิลาจารึกด้วยแผ่นหินนั้น เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็แตกหักเสียหาย ไม่คงทนถาวร ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พศ .๒๕๔๕ พระอาจารย์อินทรได้เห็นนายช่างโหน่ง ใหม่วัน บ้านกู่ขาว ริมปิง ลำพูน ปั้นรูประฆังเพื่อทำการหล่อขาย ท่านจึงได้ถามนายช่างว่า “ถ้าอาตมาสร้างระฆังกว้างประมาณ ๑ วาของอาตมานี้เพื่อทำเป็นศิลาจารึก จะหมดทองกี่กิโลกรัมและสิ้นเงินเท่าไร?” นายช่างก็ตอบว่า “สิ้นทองประมาณ ๑,๕๐๐ กิโลกรัม เป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท” ซึ่งเป็นราคาประมาณการ เพราะช่างไม่เคยทำระฆังใหญ่มาก่อน นายช่างจึงเริ่มทำการปั้นระฆังตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ยิ่งสร้าง งบประมาณก็บานปลายออกเป็นลำดับเพราะช่างไม่เคยสร้างใบขนาดใหญ่มาก่อน จากสามแสนบาทเพิ่มจำนวนเป็นหกล้านบาทเศษ ในระยะเวลา ๒ ปีกว่า โดยได้ทำการหล่อระฆังใบนี้เมื่อวันพุธ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๕ ตรงกับวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ เวลา ๐๙.๕๙ น. ซึ่งระฆังใบนี้เป็นที่มาแห่งการสร้างพระรอดหลังอ. รุ่นปาฏิหาริย์การสร้างระฆังหลวง เพราะเหตุว่า คณะศิษยานุศิษย์ที่ได้ถ่ายรูปในพิธีเททองหล่อระฆังหลวงในวันที่ ๓๐ และ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ นั้น ได้ปรากฏรูปภาพพระแม่เจ้าจามเทวีพร้อมภาพเหล่าเทพยาดาทั้งหลายเป็นจำนวนมาก มาอนุโมทนาในการเททองหล่อระฆังหลวงในครั้งนี้
ท่านขอดูภาพถ่ายพิธีหล่อระฆังหลวงได้ที่ วัดสันป่ายางหลวง (อ.ทำนุ รัตนันต์ โทร 01 – 1141060)
ในรูปภาพ ภาพหนึ่งที่เกิดจากการถ่ายภาพนั้นมีรูปทรงของพระรอดปรากฏเกิดขึ้นในรูปภาพ ท่านอาจารย์และคณะศิษยานุศิษย์ จึงได้มีมติสร้างพระรอดหลังอ. รุ่นระฆังหลวงปาฏิหารย์ ที่ปรากฏเกิดขึ้นในรูปหล่อระฆังหลวง โดยนำดินที่พอกระฆังทั้งหมดและผงเศษทองระฆังที่ช่างเจียรออกมา เป็นผงเริ่มต้นพร้อมด้วยมวลสารต่าง ๆ ที่ท่านอาจารย์ได้สะสมไว้ อาทิ เช่น ดินสังเวชนียสถาน ผงแร่ทองคำ ผงอัญมณีทุกชนิด ๔๐ กว่าอย่างในโลก แร่ที่สำคัญ ๆ ที่หายาก และ ฯลฯ เป็นจำนวนมากมาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้พุทธบริษัท และคณะศิษยานุศิษย์ได้นำเอาไว้สักการะบูชาเป็นที่ระลึกในการสร้างระฆังหลวง สำหรับทองชนวนระฆังที่เหลืออยู่ได้นำมาหล่อเป็นพระสิงห์ทรงเชียงแสน ขนาดหน้าตักกว้าง ๑ นิ้ว , พระรอดเนื้อโลหะสำหรับพกติดตัว และได้สร้างระฆังจำลอง ขนาด ๑.๕ นิ้ว และ ๒ นิ้ว เป็นระฆังที่ระลึก การสร้างพระรอดรุ่นนี้นับได้ว่าเป็นพระรอดที่มีมวลสารที่ถือได้ว่า เป็นพุทธาภิเษกและพร้อมกันนั้นก็มีเทวาภิเษกระฆังหลวงก่อนการปั้นองค์จริงของพระรอด พระรอดรุ่นนี้จึงเป็นรุ่นระฆังหลวงปาฏิหารย์ วันอังคาร ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๘ ตรงกับวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๗ เป็นวันสุดท้ายในการอธิษฐานจิตพระรอด โดยพระคณาจารย์ภาคเหนือ ได้ร่วมกันภาวนาอธิษฐานจิต ตามพิธีกรรมของภาคเหนือที่มีมาแต่โบราณครั้งพระแม่เจ้าจามมะเทวี วันอาทิตย์ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๘ ตรงกับวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๗ เวลา ๑๔.๐๐ น. พี่น้องประชาชนชาวลำพูนและศรัทธาประชาชนโดยทั่วไปพร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ จะร่วมกันชักลากระฆังหลวงใบนี้จากโรงหล่อบ้านกู่ขาว เข้าสู่เมืองลำพูน เพื่อนำระฆังหลวงจามมะเทวีศรีหริภุญชัยเข้าประดิษฐาน ณ วัดสันป่ายางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ในอนาคตกาล การสร้างพระรอดคงหาครูบาอาจารย์ที่มีสมาธิจิตสร้างได้ยาก เช่นเดียวกันกับระฆังหลวงใบนี้ คงเป็นระฆังประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองลำพูนและประเทศไทยสืบไป
ดังคำที่ว่า “ เมืองลำพูน พระธาตุเด่น ลำไยดี กระเทียมดัง พระรอดขลัง ระฆังใหญ่ “
ขอความสวัสดีจงมีแด่ทุก ๆ ท่าน
ทำนุ รัตนันต์
๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๗

เรื่อง คุณไสย
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๗ เวลา ๑๔.๓๕ น. นายแก้ว ปันศักดิ์ นางเฉลียง ปันศักดิ์ สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ ๑๗๔ บ้านทาศาลา อ.แม่ทา จ.ลำพูน ได้นำเครื่องเสียง,พัดลมพร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ มาถวายครูบาอินทรที่วัดสันป่ายางหลวง พร้อมกับเล่าเรื่อง ดังนี้ (ฟังความจากฝ่ายเดียว ไม่ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)
สิ่งของทั้งหมดเป็นของบุตรชาย(นายเด่นชัย ปานศักดิ์) เป็นของรักของหวงของนายเด่นชัย ที่นำมาถวายเพราะนายเด่นชัยได้ถึงแก่กรรมด้วยถูกคุณไสย ตัวนายแก้วและนางเฉลียวแม้จะยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ต้องได้รับทุกขเวทนาเจ็บปวดตามร่างกายอย่างแสนสาหัส นางเฉลียงเล่าต่อไปว่า โดนใส่ โดนตู้จากหมอชาวกระเหรี่ยง อายุ ๘๘ ปี อาศัยอยู่ใกล้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้ว่าจ้างเป็นญาติของนายแก้ว โดยจะเอาถึงตาย (๑)ต้องการทรัพย์ (๒)ผลประโยชน์จากการทำธุรกิจ
ครั้งที่หนึ่ง นายแก้วกับนางเฉลียวมาขอเมตตาจากครูบาอินทร ครูบาอินทรได้ทำน้ำมนต์ให้กินพร้อมกับให้คำแนะนำว่า ค่ำนี้หลังจากไหว้พระสวดมนต์เสร็จแล้ว ให้ตั้งนโม ๓ จบ กลั้นหายใจ แล้วเผากระดาษ เช้าวันรุ่งขึ้น มีตะขาบ ๓ ตัว ยาวประมาณ ๓ ข้อมือ ตัวขนาดไส้ดินสอ ดิ้นรนกระเสือกกระสนอยู่ในโถส้วม นางเฉลียวจึงจับเอาตะขาบไปเผาไฟ หลังจากไฟมอดแล้ว มีเศษเหล็กอยู่ในกองขี้เถ้า นำเศษเหล็กนั้นห่อด้วยใบมะม่วงนำไปวางไปไว้หน้าบ้าน ประมาณครู่ใหญ่ ๆ นางเฉลียวเดินไปดูอีกที ปรากฏว่าเศษเหล็กหายไป ทั้ง ๆ ที่ไม่มีลมไม่มีฝนไม่มีคนเดินผ่าน สร้างความประหลาดใจให้กับนางเฉลียวเป็นอย่างยิ่ง หลังจากเศษเหล็กหายไป อาการปวดของนายแก้วก็หายไปด้วย ส่วนนางเฉลียวยังปวดที่สะบักหลัง อาการปวดสลับไปมาระหว่างสะบักซ้ายกับสะบักขวา เจ็บปวดเหมือนมีหนามทิ่มแทงจากด้านหลังมาด้านหน้าหายไป ขณะที่เล่าเรื่องนี้(๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๗ เวลา ๑๔.๓๕ น.) มีอาการเจ็บแบบวูบๆ วาบ ๆ (หง่าว ๆ) ย้ายไปย้ายมา ไหลไปไหลมาบริเวณสะบักหลังเท่านั้น นางเฉลียวเล่าต่อไปอีกว่า ที่เจ็บปวดเช่นนี้เพราะ คนทำเขาปั้นหุ่น เสกของเข้าหุ่น (ของที่ทำนั้นมีลักษณะคล้ายหนังผสมยาง) ครูบาอินทรได้ให้เมตตากับสองผัวเมียดังนี้
(๑)ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ (๒)มอบพระรอดหลังอ.ให้คนละองค์
(๓)ยัญปิดบ้าน (๔)ทรายระฆังหลวง (หว่านรอบบ้านเวียนขวา)
(๕) เทียน ๕ เล่ม (จุดวันละเล่ม)
(๖)จุดเทียนตอนค่ำในบ้าน เวลานอนให้ใส่เสื้อกลับหลังกลับข้าง (ใส่เสื้อปลิ้น – ภาษาถิ่นพื้นเมืองภาคเหนือ)
๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๗ (๑๐.๐๐ น. – ๑๑.๒๐ น.)
นายแก้วกับนางเฉลียวได้มากราบนมัสการครูบาอินทร ถวายดอกไม้ธูปเทียน น้ำผึ้งสองขวดพร้อมกับของป่าห่อด้วยใบตองตึงอีก ๕ ห่อ (ข้าพเจ้าไม่รู้จักชื่อ) และเล่าว่า เมื่อกลับไปถึงบ้านแล้ว ตอนค่ำได้สวดมนต์ไหว้พระตามปรกติ ขณะสวดมนต์มีแมลงคล้ายบึ่ง ยาวประมาณ ๓ ข้อมือ บินมาชนหน้าต่างบ้าน ชนฝาบ้านและบินไปตกลงตรงกลางบ้าน จึงใช้ไม้กวาดทุบจนตาย แล้วกวาดทิ้ง
เทียนเล่มที่ ๑ ถึง เล่มที่ ๔ จุดในบ้านหน้าโต๊ะบูชาพระ เปลวเทียนตั้งตรงดี แตกนิดหน่อย ๒ – ๓ ครั้ง เสียงเบา
หลังจากเทียนหมดแล้วมีของตกใส่บ้าน
เทียนเล่มที่ ๕ จุดในบ้านหน้าโต๊ะบูชาพระ เทียนไหม้ประมาณ ๑ ข้อมือ เทียนแตกออกด้านข้าง ๓ ครั้ง เสียงดังกว่าปรกติ เปลวไฟสูงมาก น่ากลัวมาก ควันดำมาก อาการเจ็บปวดเบาบางลง
ครูบาอินทรได้ให้เมตตากับสองผัวเมียอีกครั้ง ดังนี้
(๑)ทำน้ำพระพุทธมนต์ (๒)มอบเทียนให้ ๖ เล่ม จุดวันละ ๑ เล่ม
(๓)ให้นายแก้วงด หรือ ลดการดื่มสุรา (๔)นางเฉลียวตัดผมสั้น
………
ทำนุ รัตนันต์
เรียบเรียง บันทึก เมื่อ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๗

 

———————————————————————————

จัดทำโดย ร้านเจซี-คอมพิวเตอร์ลำพูน

Tel:086-6549814 : 088-2632778 คุณต้อม

เวป jccomputer-lamphun.com  ร้านเจซี-คอมพิวเตอร์ลำพูน ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ facebook

เวป cctv and it support .com   หจก.ซีซีทีวีแอนท์ไอทีซัพพอร์ต ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ facebook

———————————————————————————

admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *